เล่าเรื่องอธิษฐานต่ออีกนิด
ดังที่เล่าในโพสต์ที่แล้ว... ว่า
ในการอธิษฐานทุกครั้ง
ฉันจะต้องลงท้ายด้วยการอธิษฐานให้ตัวเองมีความสุขเสมอ
ฉันจะต้องลงท้ายด้วยการอธิษฐานให้ตัวเองมีความสุขเสมอ
อย่างไรก็ตาม... ฉันยังคงมีความรู้สึกหนึ่งที่ติดค้างอยู่ในใจ
ที่ทำให้ไม่อาจจบคำอธิษฐานไว้แค่นั้นได้
ความรู้สึกนั้น ก็คือ
... “ความรู้สึกผิด” นั่นเอง
แปลกจังนะ...
ทำไมคนเราแสวงหาความสุขแล้วต้องรู้สึกผิดด้วย???
ในความเป็นเด็ก ฉันตอบตัวเองไม่ได้
และไม่เคยถามหาเหตุผลจากใคร
มีแต่เพียงวิธีแก้ไขที่เป็นอัตโนมัติตามที่เด็กคนหนึ่งจะพอทำได้
นั่นคือ ... อธิษฐานต่อไป
มีแต่เพียงวิธีแก้ไขที่เป็นอัตโนมัติตามที่เด็กคนหนึ่งจะพอทำได้
นั่นคือ ... อธิษฐานต่อไป
มารู้ตัวในภายหลังว่า "ความรู้สึกผิด"
ของฉันในยามนั้น เป็นผลพวงของการสงสัยตัวเองว่า "เราเห็นแก่ตัวรึเปล่า
???"
ฉันจึงอธิษฐานต่อไป ... โดยขยายใจออกไปทีละนิด ๆ
ว่า
... ขอให้ป๊าและแม่มีความสุข
... ขอให้อาม่าและญาติทุกคนมีความสุข
... ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนมีความสุข
... ขอให้เพื่อนบ้านทุกคนมีความสุข
สุดแต่ว่า จะนึกถึงใครได้อีก ก็นึกให้เขามีความสุข
ฉันอธิษฐาน
ขยายความสุขให้กับคนรอบข้างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับความรู้สึกผิดในใจที่จางลง
และรู้สึกสงบสบายใจขึ้นเรื่อยๆ ... จนสุดท้าย มาจบที่ "ขอให้คนทั้งโลกมีความสุข"
เป็นคำอธิษฐานสุดท้ายที่ทำให้ใจรู้สึก
"เพียงพอ"
และหลุดจาก "ความรู้สึกผิด" นั้นอย่างสมบูรณ์
และหลุดจาก "ความรู้สึกผิด" นั้นอย่างสมบูรณ์
ในความเป็นเด็ก ฉันยังไม่รู้จักนึกถึง "สรรพสัตว์ทั้งหลาย"
นึกได้แต่เพียง “คนทั้งโลก” แต่แค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ใจรู้สึกอิ่มพอได้แล้ว
เมื่อโตขึ้น จึงได้เรียนรู้ว่า การทำดังว่านั้น
ในทางพระพุทธศาสนาท่านเรียกว่า "การแผ่เมตตา" คือการแผ่ขยายใจให้กว้างออกไป พร้อมทั้งตั้งความปรารถนาดีให้ผู้อื่นเป็นสุข
ซึ่งผลที่ย้อนกลับมาหาตัวเราเอง ก็คือความรู้สึกอิ่มเอมใจ
เป็นความสุขที่อิ่มพออยู่ในตัวนั่นเอง
ผู้แสวงหา
11 เมษายน 2559
11 เมษายน 2559
(บันทึกเรื่องราวในช่วงอายุ
5-8 ขวบ ระหว่างปี พ.ศ. 2514-2517)

